none
ประกันชีวิตแบบให้ความคุ้มครองและออมทรัพย์ (เหมาะสำหรับลูกจ้างที่มีรายได้เกิน 16,000 บาท/เดือนและมีความสามารถชำระเบี้ยประกันชีวิตได้ ซึ่งจะทำให้นำมาคำนวณลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในปี 2547 ได้สูงสุดไม่เกิน 50,000 บาท) เหตุผลที่ต้องทำประกันชีวิต เพื่อเป็นการวางแผนการฝากเงินไว้ให้กับครอบครัว เนื่องจากอนาคตเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน หากหัวหน้าครอบครัวเสียชีวิตไปก่อนวัยอันควรปัญหาต่างๆก็จะตามมา ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายภายในบ้านหรือค่าเล่าเรียนบุตร ดังนั้นจึงจำเป็นต้องวางแผนการฝากเงินโดยการทำประกันชีวิตแบบออมทรัพย์ไว้เพื่อรองรับปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นและเปรียบเสมือนเป็นกองทุนเพื่อการศึกษาสำหรับบุตร ผลประโยชน์ กรณีผู้เอาประกันทำทุนประกัน 100,000 บาท 1. ระหว่างที่สัญญามีผลบังคับ รับเงินคืน 30% ของทุนประกันทุกรอบ 4 ปี รวม 4 ครั้ง รวม 120% สิ้นปีที่ 4 รับเงินคืน 30,000 บาท สิ้นปีที่ 8 รับเงินคืน 30,000 บาท สิ้นปีที่ 12 รับเงินคืน 30,000 บาท สิ้นปีที่ 16 รับเงินคืน 30,000 บาท รวมเป็นเงิน 120,000 บาท 2. หากนำเงินคืน (ข้อ 1.) ฝากไว้กับบริษัทไทยประกันชีวิตจะได้รับดอกเบี้ยทบต้นในอัตรา 4% ต่อปี รวมเป็นเงิน 60,373 บาท 3. ครบกำหนดสัญญาปีที่ 20 รับเงิน 280% ของทุนประกัน เป็นเงิน 280,000 บาท 4. รับเงินคืนเมื่อครบสัญญา 10% ของทุนประกัน เป็นเงิน 10,000 บาท 5. รับเงินปันผลประมาณ 10% ของทุนประกัน เป็นเงิน 10,000 บาท รวมผลประโยชน์ประมาณ 480,373 บาท ทุนประกัน 200,000 จะได้รับผลประโยชน์ประมาณ 960,746 บาท ทุนประกัน 300,000 จะได้รับผลประโยชน์ประมาณ 1,441,119 บาท ทุนประกัน 400,000 จะได้รับผลประโยชน์ประมาณ 1,921,492 บาท ทุนประกัน 500,000 จะได้รับผลประโยชน์ประมาณ 2,401,865 บาท ทุนประกัน 600,000 จะได้รับผลประโยชน์ประมาณ 2,882,238 บาท ทุนประกัน 700,000 จะได้รับผลประโยชน์ประมาณ 3,362,611 บาท ทุนประกัน 800,000 จะได้รับผลประโยชน์ประมาณ 3,842,984 บาท ทุนประกัน 900,000 จะได้รับผลประโยชน์ประมาณ 4,323,357 บาท ทุนประกัน 1,000,000 จะได้รับผลประโยชน์ประมาณ 4,803,730 บาท สิทธิพิเศษและความคุ้มครอง 1. คุ้มครองกรณีเสียชีวิต ทุกกรณี หากผู้เอาประกันเสียชีวิตระหว่างสัญญา ผู้รับผลประโยชน์จะได้รับทุนประกันเต็มจำนวน หรือเงินค่าเวนคืนกรมธรรม์ที่มากกว่า รวมทั้งเงินท